“กลอย” พืชมีพิษที่กินได้แสนอร่อย

             ช่วงนี้ก็เข้าสู่ท้ายเดือนกันยาแล้ว ฝนก็ยังตกชุกเหมือนเคย และเช้าวันนี้ก็เป็นวันที่ฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน แม่กับพ่อขึ้นไปหาหน่อไม้แต่เช้ากว่าจะลงมาก็สายแล้ว และวันนี้แม่ได้หน่อไม้มาเต็มถุงย่าม สิ่งที่เพิ่มเติมมากอีกอย่างหนึ่ง ที่แม่ได้หิ้วมามีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ รีๆ สีน้ำตาลมีรากเล็กๆ รากน้อยๆ เต็มไปหมด แม่เรียกมันว่า “กลอย” ค่ะ วันนี้ซับข่อยวิถีจะพาทุกคนไปรู้จักกลอยกันค่ะ

กลอยเป็นพืชที่เกิดในป่าบนภูเขา มีลักษณะเป็นไม้เถาล้มลุก ลำต้นจะเลื้อยขึ้นไปเกาะอาศัยบนต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียง เถา หรือต้นของกลอยมีลักษณะกลมขนาดเล็กประมาณเท่าไม้ตะเกียบ มีหนามเล็กๆ อยู่ทั่วลำต้น ส่วนของใบจะงอกจากต้นเป็นก้านมีใบประกอบกัน 3 ใบต่อ 1 ก้าน กลอยจะมีหัวฝังอยู่ใต้ดินไม่ค่อยลึกมาก ใน 1 ต้นจะมีหัวอยู่รวมกันประมาณ 3-8 หัว ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินบริเวณนั้นๆ หัวของกลอยจะมีรากฝอยเล็กๆ กระจายอยู่ทั่ว เปลือกนอกบางสีน้ำตาล เนื้อข้างในจะแบ่งได้ 2 ชนิด คือ ถ้ามีสีขาวเรียกว่ากลอยข้าวเจ้า และสีเหลืองเรียกว่ากลอยข้าวเหนียว กลอยจะมีหัวแก่เต็มที่ช่วงปลายหน้าฝนประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน กลอยเป็นพืชที่มีพิษแรง ถ้าล้างพิษออกไม่ดีแล้วนำมากินก็จะเกิดอาการแพ้คลื่นไส้อาเจียนถึงขั้นเสียชีวิตได้ การสัมผัสกลอยโดยตรงนั้นก็จะเกิดอาการคันเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการแปรรูปจากกลอยที่มีพิษร้ายมาเป็นอาหารได้จึงต้องมีวิธีการทำที่ละเอียดและหลายขั้นตอน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

การแปรรูปกลอยนั้น เริ่มจากนำกลอยมาปอกเปลือกออก จะได้เนื้อกลอยที่ขาวสะอาด นำไปล้างน้ำ แล้วหั่นซอยเป็นชิ้นบางๆ แช่ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 3 วัน พอครบ 3 วันแล้ว ก็นำเนื้อกลอยขึ้นจากน้ำ แล้วนำมาล้างด้วยน้ำสะอาด ใส่ถุงตาข่ายเพื่อให้น้ำสามารถไหลออกมาได้ และนำก้อนหินก้อนใหญ่ๆ มาทับที่ถุงตาข่าย แล้วใช้คนขึ้นไปเหยียบทับบนก้อนหินเพื่อรีดน้ำพิษในเนื้อกลอยให้ออกจนหมด จากนั้นก็นำกลอยไปแช่น้ำผสมเกลืออีก 1 คืน แล้วนำขึ้นมาล้างน้ำอีกหลายๆ น้ำให้สะอาด และนำขึ้นมารีดน้ำออกอีก 1 รอบ

หลังจากนั้นก็นำเนื้อกลอยที่แห้งแล้วไปหมัก โดยใช้ใบตองห่อหุ้มกลอยไว้อย่างมิดชิด หมักทิ้งไว้ 1 คืนก็เป็นอันเสร็จ สามารถนำกลอยที่ได้นี้ไปประกอบอาหารได้เลย แต่ถ้าต้องการเก็บไว้กินทั้งปี ก็สามารถนำกลอยที่หมักไว้นำไปตากแดดให้แห้งสนิท เพียงเท่านี้ก็สามารถเก็บกลอยไว้ได้นาน เวลาจะกินก็ใช้วิธีนำกลอยแห้งออกมาแช่น้ำประมาณ 2 ชั่วโมง กลอยก็จะกลับมาเนื้อนุ่มฟูพร้อมประกอบอาหาร

หลังจากวันที่ทำกลอยมาได้ 3 วัน ในวันนี้กลอยที่ทำไว้ก็พร้อมประกอบอาหารแล้ว แม่บอกฉันว่าวันนี้จะทำนึ่งกลอยให้กิน พอตกเย็นมาฉัน และน้องๆ ก็ได้กินกลอยนึ่งสมใจอยาก เมนูที่แม่ทำให้เรากินเย็นนี้คือ กลอยนึ่ง วิธีการทำก็แสนง่าย คือ นำกลอยไปนึ่งให้สุก แล้วนำมาคลุกกับเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดไว้เป็นเส้นๆ แล้วก็นำน้ำตาลทรายมาคลุกเคล้าให้หวานพอเหมาะ หรือจะนึ่งจิ้มกินกับน้ำตาลเฉยๆ ตามแบบฉบับโบราณก็อร่อยเหมือนกัน หรือจะเป็นเมนูบวชชีกลอยก็อร่อยเด็ดเช่นกัน วิธีการทำก็เหมือนกับบวชชีกล้วยแค่เปลี่ยนจากกล้วยเป็นกลอยเพียงเท่านั้น เมนูนี้ถ้ากินตอนร้อนๆ นี่ทั้งนุ่มทั้งอร่อยอย่าบอกใครเชียว

อ่านจบแล้ว ทุกคนรู้สึกหิวกันบ้างไหมคะ ฝนตกรินๆ แบบนี้ได้กินต้มบวชชีกลอยสักถ้วยน่าจะได้ฟีลมากเลยล่ะค่ะ แต่ก็ไม่น่าเชื่อนะคะว่าพืชที่มีพิษร้ายขนาดนี้สามารถแปรรูปออกมาเป็นอาหารหวานได้อย่างปลอดภัยหลายเมนู ซึ่งวิธีการก็ได้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบันก็ยังมีกลอยให้ได้กินกันอยู่ค่ะ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น