วัดซับข่อย ที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน

            ในช่วงเย็นที่ผ่านมา แม่ได้พาฉันและน้องชายไปที่วัดซับข่อย เพื่อไปกราบไหว้รูปเหมือนของหลวงปู่ชดด้วยกัน เนื่องจากเมื่อคืนแม่ฝันร้าย และทำให้ท่านไม่สบายใจ จึงตั้งใจไปกราบไหว้ขอพรหลวงปู่เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจให้คลายความกังวลลง

หลวงปู่ชด ปิยธัมโม เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2448 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ในเวลารุ่งอรุณพอดี ทำให้โยมพ่อแม่ของหลวงปู่ดีใจมากเพราะมีความเชื่อว่าเด็กที่เกิดวันนี้เป็นเด็กที่มีบุญญาธิการจะทำให้พ่อแม่มีความเจริญสุขสบายขึ้น โยมพ่อกับโยมแม่จึงตั้งชื่อให้ว่าชด เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปในครอบครัว ซึ่งในขณะนั้นครอบครัวของหลวงปู่มีฐานะยากจนมาก นับตั้งแต่หลวงปู่เกิดมาฐานะทางบ้านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นลำดับ หลังจากเรียนจบก็ช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานจนกระทั่งอายุได้ 22 ปี ท่านก็ได้บวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ตามประเพณีชาวไทยพุทธ

หลังจากที่ท่านบวชแล้วท่านก็มีจิตใจเลื่อมใสศรัทธาในรสพระธรรม เริ่มออกเดินทางเสาะแสวงหาอาจารย์ที่จะสอนปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนากรรมฐานในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ในขณะเดียวกันท่านก็ได้เรียนวิชาอาคมกับพระอาจารย์หลายๆ ท่าน และได้ออกเดินธุดงค์เพื่อหาความวิเวกเพื่อฝึกเจริญสมาธิ และโปรดสรรพสัตว์อยู่หลายปี จนกระทั่งในปีพ.ศ 2500 ก็ได้เดินธุดงค์มาพักที่วัดเสาธงทองบ้านนายม ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างที่โอบล้อมไปด้วยป่ารกทึบ ชาวบ้านรู้ข่าวว่ามีพระธุดงค์มาพักก็พากันนำอาหารมาถวายและนิมนต์ให้หลวงปู่จำพรรษาอยู่ที่วัดร้างแห่งนี้

ชาวบ้านเล่าว่าผีที่นี่ดุมากเคยมีพระธุดงค์มาพักอยู่ได้ไม่เกิน 3 คืน ก็หนีไปกันหมด เมื่อหลวงปู่ทราบอย่างนั้นก็อยากพิสูจน์ จึงรับปากชาวบ้านว่าจะจำพรรษาอยู่ที่วัดร้างแห่งนี้ ในช่วงที่หลวงปู่ได้จำพรรษาอยู่คืนแรกๆ ก็มีเสียงหวีดร้องเล็กแหลมดังมารบกวนท่านอยู่ประมาณ 7 คืน ซึ่งก่อนหน้าที่หลวงปู่จะมานั้น พอตกตอนค่ำจะมีเสียงหวีดร้องดังเป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าเดินผ่านวัดนี้ หลวงปู่ท่านก็ได้เจริญธรรมแผ่เมตตาให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงอะไรมารบกวนอีกเลย ชาวบ้านแถวนั้นจึงพากันเลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่มาก

วัดเสาธงทองที่หลวงปู่ชดจำพรรษาอยู่นี้อยู่ไม่ไกลจากวัดช้างเผือก มากนักสามารถเดินไปมาหาสู่กันได้ หลวงปู่ชดจึงได้เดินไปวัดช้างเผือก เพื่อรับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงปู่ทบ ซึ่งหลวงปู่ชดเป็นเพียงพระลูกศิษย์ผู้เดียวที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาทั้งหมด

            

ต่อมาได้มีญาติโยมชาวบ้านวังชมภูที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ถวายที่ดินอยู่บนเนินเขาบริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านซับข่อย เพื่อให้หลวงปู่ชดทำการสร้างวัด เริ่มจากสร้างกุฏิหลังเล็กๆขึ้นมา 2-3 หลังไว้สำหรับให้พระนักปฏิบัติธรรม แล้วต่อมาก็มีญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่ชด ได้เข้ามาช่วยกันบริจาคปัจจัยร่วมแรงร่วมใจช่วยกันสร้างวัดจนเสร็จสมบูรณ์มีโบสถ์ มีศาลาที่สวยงาม และหลวงปู่สดก็ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดซับข่อยจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต

ในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ 2532 เวลาประมาณ 22:00 น เป็นเวลาที่ศิษย์ทุกคนต่างพากันเศร้าโศกเสียใจเมื่อหลวงปู่ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ การมรณภาพของหลวงปู่ชดมิได้เหมือนกับพระสงฆ์ทั่วไป กล่าวคือ หลวงปู่นั่งสมาธิมรณภาพ แต่น่าเสียดายที่บรรดาศิษย์พากันจับท่านลงนอนหลังจากท่านละสังขารแล้ว นับว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยแท้ ก่อนที่หลวงปู่จะละสังขารหลวงปู่มีสติแจ่มใสมั่นคง แม้ว่าท่านจะถูกเวทนาครอบงำเจ็บปวดอย่างหนัก แต่ท่านใช้ขันติระงับเวทนาโดยไม่ได้แสดงอาการใดๆ เลย หลวงปู่กล่าวลาลูกศิษย์ที่มาเฝ้าว่า "หลวงปู่ลาแล้วนะ ขอให้ทุกคนจงเจริญๆ" แล้วท่านก็นั่งหลับตาเข้าสมาธิบรรดาศิษย์ที่นั่งเฝ้าอยู่ต่างพากันร้องไห้เสียใจเสียงระงม หลวงปู่จึงลืมตาขึ้นมาบอกว่าอย่าเสียงดังรบกวนสมาธิหลวงปู่มันเป็นบาป หลวงปู่ไปสบายแล้ว แต่พวกเธอยังต้องลำบากอีกมาก แล้วท่านก็หลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้ท่านนั่งเงียบสงบนิ่งไปเลย

หลังจากท่านมรณภาพลูกศิษย์และคณะกรรมการวัดซับข่อยได้ประชุมกันแล้วลงมติว่าจะเก็บร่างไร้วิญญาณของหลวงปู่ไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสหลวงปู่ได้มาสักการะกราบไหว้ร่างของท่าน และเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่ร่างของหลวงปู่ไม่เน่าเปื่อยยังคงสภาพเดิมทุกประการ

หลังจากกราบรูปเหมือนหลวงปู่เรียบร้อยแล้ว แม่จึงได้พาพวกเราขึ้นไปกราบสรีระของหลวงปู่ชดที่มณฑปข้างบน ข้างในจะมีสรีระของหลวงปู่ที่ไม่เน่าเปื่อยอยู่ในโลงแก้ว ทุกคนสามารถขึ้นมากราบไหว้ขอพร หรือใครที่อยากรู้ดวงชะตาของตนเองก็สามารถมาเสี่ยงเซียมซีได้ ภายนอกมณฑปถูกตกแต่งออกแบบสวยงามสะอาดสบายตา ประกอบกับที่วัดซับข่อยตั้งอยู่บนเนินเขา มีต้นไม้เล็กใหญ่รอบล้อมวัดทำให้บรรยากาศในวัดร่มรื่นเย็นสบาย บางวันก็จะมีเด็กๆที่ บ้านอยู่ใกล้วัดเข้ามาวิ่งเล่น เล่นกีฬา ตีแบต เตะตะกร้อกัน

วัดซับข่อย วัดประจำหมู่บ้านที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านซับข่อยมาช้านาน และเป็นที่รวมตัวของเด็กๆ เพื่อเล่นกีฬาวิ่งเล่นกันในทุกเย็น ท่านใดที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวซึมซับวิถีชีวิตของพวกเราหรือต้องการมากราบไหว้ขอพร ชาวบ้านซับข่อยยินดีต้อนรับทุกๆ คน และใครที่ชื่นชอบบล็อกแนววิถีชีวิตแบบนี้ ต้องติดตามซับข่อยวิถีไว้เลยค่ะ



ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น