หมู่บ้านซับข่อย เป็นหมู่บ้านที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มและภูเขา ชาวบ้านส่วนใหญ่มักประกอบอาชีพการทำเกษตร โดยเฉพาะการทำพืชไร่ พืชสวน ส่วนการทำนาก็จะมีบ้างประปราย วันนี้ซับข่อยวิถีจะพาทุกคนมาสัมผัสวิถีชีวิตการเกษตรในหมู่บ้านซับข่อยกันค่ะ
การปลูกพืชยืนต้น พืชสวน พืชไร่ ของชาวบ้านที่นี่
นิยมปลูกกันหลากหลายชนิด อาทิ มะม่วง มะขามหวาน และไม้ผลอื่นๆ เนื่องจากเป็นพืชยืนต้นปลูกง่าย
ดูแลรักษาง่าย และให้ผลผลิตดี คือ มะขามหวาน ซึ่งเป็นพืชเอกลักษณ์และพืชเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์
ได้รับได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินค้า GI ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2548 ชาวบ้านจึงนิยมปลูกมะขามหวานกันจำนวนมากเนื่องจากสภาพดินดี
ปลูกมะขามได้รสชาติออกมาหวาน และได้ผลผลิตที่ดกฝักงามสมบูรณ์ดี การปลูกมะขามหวานของชาวบ้านซับข่อยจะเน้นปลูกไว้ในพื้นที่บนภูเขา
เพื่อจะได้เหลือพื้นที่ในหมู่บ้านไว้อยู่อาศัย และปลูกพืชผักสวนครัวไว้กิน ไว้ขายต่อไป
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังนิยมปลูกผลไม้อื่นๆ
ทานผล อย่างเช่น เงาะ ทุเรียน อะโวคาโด มะปราง กล้วย สัปปะรด ซึ่งพืชพวกนี้จะต้องปลูกใกล้
ๆ กับแหล่งน้ำ บริเวณตีนเขาใกล้ลำธาร เพราะต้องได้รับน้ำที่ทั่วถึงจึงจะทำให้เจริญเติบโตได้ดี
สำหรับพืชไร่ ชาวบ้านก็จะนิยมปลูก ข้าวโพด
ถั่วเขียว ถั่วลิสง โดยจะปลูกแบบสลับกันไป เช่น เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้วก็ไถพรวนดินต่อ
เพื่อเตรียมการปลูกถั่วเขียว หลังจากเก็บเกี่ยวถั่วเขียวแล้วพรวนดินเรียบร้อยแล้ว
บางไร่ก็อาจจะปลูกถั่วลิสงต่อ หรืออาจปลูกข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียวต่อจากนั้น
ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้าของไร่ แต่ที่ปลูกกันหลักๆ ก็จะมีแค่ข้าวโพดและถั่วเขียว
วิถีการทำการเกษตรที่นี่ ชาวบ้านก็ช่วยกัน
เรียกว่าเป็นการเอาแรงกัน คือ เมื่อบ้านไหนมีงานที่ต้องอาศัยแรงก็จะมีการขอแรงไปช่วย
เมื่อถึงคิวที่ต้องไปใช้แรงคืนก็ไปทำงานใช้คืน
เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องมีการว่างจ้างด้วยเงินทอง ซึ่งทุกๆบ้านจะลงแรงมาช่วยกันทั้งการดูแล
การเก็บเกี่ยวค่ะ หากปีไหนที่แรงงานไม่พอก็อาจมีการว่าจ้างรถเกี่ยว รถดูดมาช่วยทุ่นแรงแทน
ด้วยความชาวบ้านซับข่อยจะใช้ชีวิตเรียบง่าย
แบบเศรษฐกิจพอเพียง และจะประหยัดกันมาก อย่างเช่น ไม่ชอบซื้อวัตถุดิบที่แพงๆ
ถ้าสิ่งไหนปลูกได้ก็จะปลูกไว้กินเอง ถ้าเหลือกินก็จะเก็บไปขาย ที่บ้านของฉันเองก็เช่นกัน
ถ้าจะทำอาหารก็แค่เดินไปเก็บวัตถุดิบรอบๆ บ้านก็ได้ทุกอย่างครบ ไม่ว่าจะเป็นมะละกอ
พริก มะนาว มะเขือ มะเขือพวง แตงกวา ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบเขียว น้อยหน่า ฯลฯ การที่ปลูกพืชผักไว้รอบๆ
บ้านแบบนี้ข้อดีคือประหยัดเงิน และที่สำคัญปลอดภัยไม่มีสารพิษแน่นอน
เพราะจะใช้ปุ๋ยหมักแทนการพ่นยาเร่งผล ซึ่งเป็นการใช้ชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ไม่เบียดเบียนกัน และรู้จักดูแลกันและกัน เพียงเท่านี้ธรรมชาติก็จะอยู่กับเราตลอดไป








อยากไปดูสวนเงาะ กับสวนทุเรียนจัง
ตอบลบได้ความรู้มากเลย
ตอบลบ